ระวัง!! ฉีดพ่นยาฆ่าย่าแรงดันสูง..

เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 เฟซบุ๊กแฟนเพจ “สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย” ซึ่งเป็นองค์กรที่ให้ความรู้ด้านการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างปลอดภัย โพสต์ข้อความระบุว่า เตือนภัย..อย่าใช้แรงดันน้ำสูงพ่นยาฆ่าหญ้า

เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในพื้นที่ อบตแห่งหนึ่งในเขตจังหวัดภาคกลาง คนงานได้นำยาฆ่าหญ้า ไกลโฟเซต และ 2,4-ดี ไปพ่นกำจัดวัชพืชริมทางสาธารณะที่ อบต. รับผิดชอบ แต่ปรากฏว่า พ่นสารในขณะที่ลมแรงและใช้แรงดันน้ำสูงเกินไป ทำให้ละอองสารปลิวไปสัมผัสแปลงผักบุ้งแก้วของเกษตรกร 4 รายที่อยู่ห่างไปอีก 400 เมตร รวมพื้นที่ได้รับความเสียหายทั้งหมด 15 ไร่ และต้นมะรุมที่อยู่บริเวณข้างทางแสดงอาการเป็นพิษ หลังพ่นสาร 3-7 วัน

อาการเป็นพิษของไกลโฟเซต คือยอดผักบุ้งที่แตกออกมาใหม่ จะแคระแกรนและมีสีเหลืองผิดปกติ ส่วนอาการของ 2,4-ดี คือใบผักบุ้งจะมีลักษณะงุ้มเข้าหากัน ลำต้นและก้านใบบิดม้วนเล็กน้อยและแตกรากมากผิดปกติ

ถาม : ต้นมะรุมและผักบุ้งจะตายมั้ย..จะแก้ไขอย่างไร? ตอบ : ไม่ตายค่ะ แต่ให้รีบตัดกิ่งหรือส่วนยอดที่แสดงอาการเป็นพิษทิ้งไปให้หมด เพราะ ไกลโฟเซต และ 2,4-ดี จะสะสมอยู่บริเวณส่วนยอดอ่อนของพืชเป็นจำนวนมาก หากปล่อยทิ้งไว้อาการเป็นพิษก็จะเพิ่มมากขึ้นในส่วนยอด ทำให้พืชฟื้นตัวได้ยาก หลังตัด..รดน้ำใส่ปุ๋ยไนโตรเจนบำรุงต้น ประมาณ 2-4 สัปดาห์..ต้นจะฟื้นเป็นปกติ

สำหรับเจ้าหน้าที่ อบต. แนะนำว่า ให้ใช้แรงดันน้ำไม่เกิน 3 บาร์ และควรเปลี่ยนไปใช้หัวฉีดแบบผสมอากาศ เพื่อลดการปลิวของละอองสารได้ 80-90% แต่ปัจจุบัน ยังห้ามใช้ไกลโฟเซตในพื้นที่สาธารณะอยู่หรือไม่ ต้องสอบถามไปที่กรมวิชาการเกษตร

ขอบคุณข้อมูล
https://www.facebook.com/1868825710042450/posts/3172221999702808/
https://www.naewna.com/local/663705

#เกษตรนิวส์#ข่าวเกษตร#เกษตรอินทรีย์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *