สวนยางรูปแบบใหม่!!

นายณัฐกฤษฎ์ โอฬารหิรัญรักษ์ รองนายกสมาคมการค้าธุรกิจเกษตรไทย-จีน เปิดเผยว่า สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนภาคใต้เริ่มตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปีนี้ ถึง ม.ค.ปีหน้า คาดว่าปริมาณทุเรียนน่าจะส่งออกได้ใกล้เคียงกับปีก่อน จำนวน 25,000 ตู้ หรือประมาณ 450,000 ตัน ซึ่งราคาช่วงต้นฤดูเริ่มขยับขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผลผลิตน้อย

ราคาทุเรียนเกรด AB เพิ่มขึ้นเป็น กก.ละ 130-135 บาท แต่หลังจากวันที่ 10-15 ก.ค. ผลผลิตออกมากขึ้น ล้งจาก จ.จันทบุรี จะย้ายมาเปิดรับซื้อทุเรียนที่ภาคใต้ 100% กระจายตัวจาก จ.ชุมพร ไปสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ยะลา ปริมาณทุเรียนอย่างมากวันละ 100 ตู้ ราคาไม่น่าสูงขึ้นมาก เพราะราคาตลาดปลายทางประเทศจีนไม่สูงนัก เพราะตรงกับช่วงฤดูร้อนของจีน มีผลไม้หลายชนิดจากยุโรปเข้าไปจำหน่าย ต่างจากภาคตะวันออกที่ทุเรียนออกตรงกับช่วงฤดูหนาวของจีน ผลไม้อื่นๆ มีน้อย

พ่อค้าจากแหล่งรับซื้อรายใหญ่ ให้ข้อมูลว่า เนื่องจากฝนตกหนัก ดอกทุเรียนร่วง ทำให้ปริมาณผลผลิตทุเรียนภาคใต้คาดว่าน้อยลงถึง 60-70% ส่งผลให้ราคาดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะล้งแย่งกันซื้อ ราคาต้นเดือนกรกฎาคม กก.ละ 130-135 บาท ที่เหลือคือตกไซซ์ กก.ละ 80-85 บาท เทียบกับปีก่อนเฉลี่ย กก.ละ 110 บาท

ทั้งนี้ ชาวสวนคาดหวังว่าราคาน่าจะสูงถึง 200 บาท แต่ราคาความเป็นจริงจะอยู่ที่ 135-140 บาทเท่านั้น ซึ่งฝ่ายจีนเป็นผู้กำหนดราคารับซื้อ ล้งต้องคาดการณ์ล่วงหน้า 7-10 วัน ต้องตั้งราคาแข่งขันกันเพื่อหาลูกค้า

นายอุดมพร เสือมาก ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรชุมพร กล่าวว่า คาดว่าราคาทุเรียนน่าจะอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะปริมาณทุเรียนน้อย สถานการณ์ผลผลิตทุเรียนภาคใต้ 14 จังหวัดปี 2565 ผลผลิตคาดการณ์ไว้เมื่อ 11 พฤษภาคม 2565 มีปริมาณ 465,959 ตัน ลดลงจากปีก่อนปริมาณ 576,594 ตัน หรือลดลง 19%

โดย 4 จังหวัดที่มีผลผลิตมาก คือ จ.ชุมพร 286,258 ตัน นครศรีธรรมราช 52,268 ตัน จ.สุราษฎร์ธานี 50,694 ตัน และยะลา 28,711 ตัน ทั้งนี้ จะมีคาดการณ์ผลผลิตอีกครั้งว่าในเร็วๆ นี้น่าจะลดลงอีก เนื่องจากสภาพอากาศที่แปรปรวน ฝนตกหนักทำให้ผลผลิตเสียหายตอนออกดอก

ขอบคุณข้อมูล
https://www.prachachat.net/local-economy/news-973180

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น