เคล็ดไม่ลับ กับ “วิธีปลูกมะเขือเทศ”

สำหรับใครที่กำลังมองหา “วิธีปลูกมะเขือเทศ” ไว้รับประทานเองที่บ้านสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องห่วงเรื่องขนาดพื้นที่ ไม่ว่าคุณจะมีสวนหน้าบ้าน หลังบ้าน ระเบียง หรือพื้นที่ส่วนอื่นของบ้าน ก็สามารถปลูกมะเขือเทศได้ บทความนี้จะบอกคุณถึงองค์ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับมะเขือเทศ อุปกรณ์ที่ใช้ปลูก และวิธีการในการปลูก ตั้งแต่เริ่มไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ด้วยขั้นตอนง่าย ๆ กับ  เรื่องที่ต้องรู้ดังต่อไปนี้ 

1. ปลูกในสวนหลังบ้าน

ท่านสามารถเลือกปลูกมะเขือเทศได้เกือบทุกสายพันธุ์ โดยเริ่มจากการหาพื้นที่ในบริเวณบ้านที่มีแสงส่องตลอดทั้งวัน หรืออย่างน้อยประมาณ 6-8 ชั่วโมงต่อวัน นำต้นกล้าอายุประมาณ 15 วันมาลงในแปลงปลูก โดยผู้ปลูกต้องให้น้ำอยู่เสมอ ตั้งแต่เริ่มต้นปลูกจนผลเริ่มแก่  และอย่าลืมหมั่นดูแลต้นมะเขือเทศโดยการใส่ปุ๋ยหรือสารชีวภาพ รวมถึงการกำจัดวัชพืชบริเวณแปลงผัก และป้องกันสัตว์อื่น ๆ ไม่ให้มาทำลายหรือทำให้เกิดโรคได้

2. ปลูกแบบแขวน

เป็นอีกวิธีที่สะดวกในเคลื่อนย้าย แต่ผู้ปลูกจำเป็นต้องรดน้ำบ่อยขึ้น เพราะต้นมะเขือเทศไม่ได้อยู่บนพื้นดิน และโครงสร้างวัสดุที่ใช้ก็ต้องแข็งแรง ทั้งนี้การปลูกแบบแขวนมีข้อดีอยู่มากและยังทำได้ง่ายอีกด้วย เพียงแค่นำต้นกล้ามะเขือเทศพันธุ์ใดก็ได้จากกระบะเพาะอายุประมาณ 7-10 วันมาปลูกลงในกระถาง แล้วนำลวดหรือวัสดุมายึดไว้ จากนั้นนำไปแขวนในพื้นที่ที่ต้องการ เพียงแค่นี้ก็เสร็จสิ้น เหมาะสำหรับท่านที่มีพื้นที่จำกัดแต่อยากปลูกผักไว้ทาน

3. ปลูกในถุง

อีกหนึ่งวิธีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายก็คือ การปลูกมะเขือเทศในถุง ซึ่งวิธีการก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำต้นกล้าอายุประมาณ 7-10 วันจากกระบะเพาะ ย้ายมาปลูกในถุงดำขนาด 8 นิ้วขึ้นไป เมื่อต้นเริ่มโต ให้นำไม้มาทำหลักให้ต้นมะเขือเทศได้เกาะยึด จากนั้นก็ให้ปุ๋ยอินทรีย์เร่งใบ เร่งดอก หมั่นรดน้ำเป็นประจำ และที่สำคัญอย่าลืมให้ต้นมะเขือเทศได้รับแสงแดดที่เพียงพอ

4. ฤดู

แม้ว่ามะเขือเทศจะเติบโตได้ดีและสามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี แต่การออกผลกลับต้องอาศัยสภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็น ฤดูที่เหมาะที่สุดในการปลูกจึงเป็นฤดูหนาว โดยช่วงหยอดเมล็ดพันธุ์ควรอยู่ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม เพราะนอกจากจะเหมาะต่อการติดผลแล้ว ยังลงทุนต่ำกว่าฤดูอื่นและให้ผลิตสูง รวมถึงศัตรูพืชก็รบกวนน้อยอีกด้วย 

5. ปลูกแบบไฮโดรฯ

ไฮดรอโปนิกส์ก็คือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน โดบเราสามารถปลูกมะเขือเทศได้ในขวดพลาสติกด้วยขั้นตอนดังนี้

  • นำเมล็ดพันธุ์มะเขือเทศวางบนทิชชูเปียกบนกระบะเพาะประมาณ 1-3 วัน
  • ย้ายเมล็ดพันธุ์มาวางบนฟองน้ำขนาด 1×1 นิ้ว ที่ชุ่มน้ำ รอประมาณ 1 สัปดาห์
  • ทำการย้ายต้นกล้าลงบนขวดพลาสติกที่ผสมธาตุอาหาร A และ B ไว้เรียบร้อยแล้ว หมั่นดูแลรักษาระดับน้ำ ทุก ๆ 2-3 วัน
  • รอเก็บเกี่ยว  

เพียงแค่นี้ท่านก็มีมะเขือเทศผลสดแดงแบบไร้ดินไว้รับประทาน ที่สำคัญวิธีนี้ปลูกได้ตลอดทั้งปี แถมมีศัตรูพืชรบกวนน้อยอีกด้วย

6. การดูแล

  • การพรวนดินกลบต้น: เพื่อสามารถให้น้ำได้อย่างสะดวก น้ำไม่ขัง ช่วยให้มะเขือเทศเกิดรากมากขึ้น โดยให้ทำในช่วงที่ต้นกล้าตั้งตัวได้แล้ว 
  • คลุมด้วยหญ้า: ให้นำหญ้าหรือฟางมาคลุมต้นจะช่วยกำจัดวัชพืชและกักเก็บความชื้นไว้ได้ 
  • การปักค้าง: เพื่อให้ต้นเจริญเติบโตได้ดี ดูแลและฉีดยากำจัดวัชพืชได้ทั่วถึง ควรทำก่อนระยะออกดอก
  • เขย่าไม้ค้ำหรือหลักเบา ๆ : เพื่อเป็นการกระตุ้น ช่วยเพิ่มปริมาณการออกผล โดยทำสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 2-5 วินาที ให้ทำในช่วงที่เริ่มผลิดอก  
  • รดน้ำทุก 7-10 วัน: แต่สำหรับการปลูกแบบแขวนแนะนำให้รดน้ำ 3-5 วัน ซึ่งการรดน้ำแบบหยดหรือฝังท่อ จะดีกว่าการรดน้ำจากด้านบน
  • การเลือกปุ๋ย: เพื่อช่วยเพิ่มการเจริญเติบโตที่ดี รวมถึงต้องเลือกสูตรปุ๋ยให้เหมาะสมกับความต้องการ เช่น สูตรปุ๋ยเร่งใบ สูตรปุ๋ยเร่งดอก หรือสูตรปุ๋ยบำรุงผล

7. การเก็บเกี่ยว

โดยเฉลี่ยแล้วเมื่อปลูกได้ประมาณ 30-45 วัน มะเขือเทศก็จะเริ่มออกดอก ถัดมาเมื่ออายุประมาณ 70-90 วัน (3เดือน) ก็สามารถที่จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลได้ รอจนผลสุกดีแล้วค่อยเก็บมาทำอาหารตามที่ต้องการ

เป็นอย่างไรกันบ้าง กับ “วิธีปลูกมะเขือเทศ ตั้งแต่การทำความรู้จักสายพันธุ์ การเริ่มต้นเพาะปลูก อุปกรณ์ วิธีการและลักษณะการเพาะปลูกให้เหมาะสมกับขนาดพื้นที่ ตลอดจนการดูแลรักษาไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ที่ได้ถ่ายทอดให้แก่ทุกท่านได้ทราบและลองนำไปประยุกต์ใช้กับพื้นที่ว่างในบ้านของท่านเพื่อให้ได้ผักสดปลอดสารพิษไว้รับประทานอย่างประหยัด

แหล่งข้อมูล : https://www.baania.com/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น